ผู้รับเหมาถมดิน ควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง

สำหรับบทความครั้งนี้ที่เราจะมาอัพเดตและมานำเสนอข้อคิดแนวคิดดีๆ สำหรับการติดใจของผู้รับเหมาถมดิน สำหรับผู้ที่ให้บริการรับเหมาถมดินว่าควรจะคำนึงถึงสิ่งใดบ้างดังต่อไปนี้ในหน้าที่ของการทำงานและการให้บริการ ก่อนอื่นเลยเชื่อว่าปัญหาของเรื่องน้ำทงน้ำท่วมปีที่แล้วปีก่อนๆก็คงจะเล่นเอาตกใจกันไม่ใช่น้อย และก็ฟาดของให้เสียหายไปเพียบ ซึ่งที่แน่นอนว่าหลายๆคนนั้นก็คงอยากจะเปลี่ยนปรับปรุงตกแต่งหรือว่าปรับเปลี่ยนโครงสร้างบ้านของตัวเองกันใหม่และสำหรับบ้านใดที่สำหรับบ้านที่ต้องการต่อเติม การยกพื้นบ้านนั้น ควรคำนึงถึงเพดานด้วย ว่าสูงหรือต่ำมากน้อยเพียงไร เพราะเมื่อปรับระดับพื้นสูงขึ้น แน่นอนว่า เพดานบ้านของคุณก็จะดูต่ำลงไปอย่างมาก ทั้งนี้ หากบ้านไหนที่เคยถูกน้ำท่วมมาก่อนแล้ว อาจสังเกตดูระยะขีดของน้ำ ที่เคยท่วมสูงสุด คุณอาจถมดินให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมประมาณ 1 ฟุต แต่ทั้งนี้หากเพดานบ้านต่ำเกินไป คุณอาจจำเป็นต้องยกหลังคาขึ้นสูงตามไปด้วย ไม่งั้นบ้านอาจดูอุดอู้ได้กรณีเป็นบ้านใหม่ที่กลัวปัญหาเรื่องของ ภัยน้ำท่วมก็อย่าพึ่งรีบสร้างบ้านหรือว่ารีบปลูกสิ่งก่อสร้างใดๆลงไป ควรจะเลือก โลเกชั่นที่หลบน้ำได้ดี เนินสูงและเหมาะแก่การ ที่จะปลูกบ้าน วางโครงสร้างบ้านของคุณให้ดีเสียก่อน ข้อดีในการถมสูงเฉพาะในบ้าน นั่นคือ จะไม่ส่งผลกระทบกับเพื่อนบ้านของคุณ เพราะหากถมสูงเกินหน้า เกินตา อาจทำให้คนข้างบ้านรู้สึกไม่พอใจเอาเสียได้ หากทำบ้านเป็นเนินลาดเอียงขึ้นไป เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม คุณยังจะได้เห็นระดับน้ำอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ทำให้เตรียมตัวได้ทัน หากท่วมก็จะท่วมเฉพาะบริเวณรอบข้างเท่านั้นช่วงเวลาในการถมดิน ควรเลือกเป็นช่วงหน้าแล้ง คือตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึงพฤษภาคม เนื่องจากจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านของผู้ให้บริการถมดิน หรือผู้รับเหมา หากช่วงถมดินหน้าฝนและบังเอิญฝนมาตกหนัก กองดินอาจเสียให้ไปในปริมาณมากพอสมควรได้ อีกทั้งยังทำให้พื้นบ้านใหม่ ที่ได้ทำการยกระดับ แห้งสนิทช้าขึ้น- ถมดินให้สูงกว่าเพื่อนบ้านข้างเคียง ข้อนี้ ไม่ค่อยจะแนะนำสักเท่าไหร่หากบ้านคุณไม่ได้มีรั้วกั้นกลาง เพราะแน่นอนว่า เพื่อนบ้านของคุณอาจไม่พึงพอใจนักถ้าสูงเกินไป […]

ทำไมการถมดินจึงมีราคาสูง เรามีคำตอบ

เมื่อคิดที่จะถมที่ ก็ต้องคิดถึงค่าใช้จ่าย และงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งในปัจจุบัน ราคาจ้างถมที่นั้นสูงมาก ทำให้หลายๆต้องคิดแล้วคิดอีกกว่าจะตัดสินใจถมที่ได้ แล้วรู้ไหมคะว่าเพราะอะไรดินที่นำมาถมที่นั้นจึงมาราคาสูง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนกันค่ะ การที่ราคาค่าถมที่สูงนั้น เป็นเพราะปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ระยะทาง ชนิดของดิน การขนส่ง และการบดอัด เป็นต้น มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาค่าถมที่สูงได้อย่างไร ระยะทาง ระยะทางก็คือราคาค่าขนส่งดินนั่นเอง ยิ่งสถานที่ของคุณอยู่ไกลจากบ่อดินมากเท่าไหร่ ราคาค่าขนส่งก็จะยิ่งสูงมากเท่านั้น ชนิดของดิน ดินแต่ละชนิดจะมีราคาไม่เท่ากัน ซึ่งดินที่มีราคาแพงที่สุดจะเป็นดินที่มีแร่ธาตุและสารอาหารมากที่สุด สามารถนำไปปลูกต้นไม้ได้ดี ซึ่งก็คือ หน้าดิน ซึ่งจะมีความลึกไม่มากนัก ส่วนดินที่มีราคาถูกที่สุด ก็คือดินทรายหรืออาจจะเรียกว่าดินดานก็ได้ เนื่องจากดินชนิดนี้เป็นดินที่ไม่มีแร่ธาตุและสารอาหาร นำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก จึงมีราคาถูกที่สุด และมีความลึกที่สุดด้วย การขนส่ง การขนส่งจะขึ้นอยู่กับปริมาณของดินว่ามากหรือน้อย ซึ่งถ้าขนส่งด้วยรถบรรทุก 10 ล้อ ก็จะมีราคาที่สูงมาก โดยจะคิดราคาการขนส่งตามขนาดความกว้างและความสูง ของกระบะรถ โดยส่วนใหญ่จะนับตามไม้ ที่วางตามนอนด้านข้างกระบะ ของรถบรรทุก ยิ่งมีความสูงมากเท่าไหร่ราคาก็จะยิ่งสูงมากเท่านั้น การบดอัดดิน การบดอัดดินจะขึ้นอยู่กับว่าคุณจะบดอัดดินด้วยหรือไม่ ถ้าหากคุณถมดินอย่างเดียวแต่ไม่บดอัด ก็จะไม่มีค่าบดอัดดิน แต่ถ้าหากคุณต้องการบดอัดดินด้วย ก็จะต้องคิดค่าบดอัดดินด้วยส่วนการคิดค่าบดอัดดินนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะของการบดอัด โดยถ้าบดอัดแบบทุกๆ […]

ฮวงจุ้ย…ความเชื่อในการถมที่

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงเรื่องที่เรื่องทางไม่เพียงแต่คนจีนเท่านั้นที่ถือเรื่องฮวงจุ้ย แม้ได้คนไทยเองก็ถือเรื่องฮวงจุ้ยนี้เหมือนกัน แม้ว่าคนๆนั้นอาจจะไม่มีเชื้อสายหรือความเชื่อใดๆเกี่ยวกับคนจีนมาก่อนก็ตาม แต่หลักฮวงจุ้ยของชาวจีนนั้นได้รับความยอมรับมากในแถบประเทศเอเชียและเพราะว่า ความสำเร็จของหลายๆคนมักมีเรื่องของฮวงจุ้ยเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอเรื่องของหลักฮวงจุ้ยจึงได้รับความเชื่อถือตามไปด้วย หลักของฮวงจุ้ยที่จะกล่าวในบทความนี้จะเกี่ยวกับหลักฮวงจุ้ยของลักษณะที่ดิน ที่ดินก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน หากพื้นที่รอบๆบ้านของเรามีลักษณะที่ดิน ในทางฮวงจุ้ยก็ถือว่าจะเป็นสิ่งมงคลแก่ผู้พักอาศัยในบ้านนั้นด้วย อย่างแรกดินที่นำมาถมดินหรือปรับระดับพื้นที่ดินนั้น ต้องเป็นดินที่มีลักษณะดีคือ มาจากแหล่งที่สะอาด ไม่มีชิ้นส่วนของขยะ เศษปูหรือเศษหินติดมา และไม่ใช่ดินที่นำมาจากแหล่งที่ไม่ดีหรือดินจากในพื้นที่ที่เคยเกิดเรื่องไม่ดี เช่น ไฟไหม้ ตึกถล่ม เป็นต้น เพราะเชื่อว่าดินจะมีไอแห่งความสูญเสียและจิตวิญญาณของคนตายติดมาด้วย เป็นลักษณะของสิ่งอัปมงคล นอกจากนี้ดินยังต้องมีคุณภาพและลักษณะทางกายภาพที่ดีด้วยลักษณะดินที่คนจีนถือว่าดีคือ ดินร่วนผสมดินเหนียว ซึ่งเป็นดินที่เหมาะกับการเพาะปลูก เพื่อเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตก้าวหน้า ดังนั้นแหล่งที่มาของดินส่วนใหญ่ที่นำมาถมจึงนำมาจากทุ่งนา ไร่สวน ที่มีคุณภาพดินที่ดีอยู่แล้ว อย่างที่สองคือที่ดินของบ้านนั้นควรจะสูงกว่าระดับถนน ในข้อนี้เองแม่แต่วิศวกรก็แนะนำเพราะเป็นประโยชน์กับตัวบ้านในเรื่องของระบบการระบายน้ำต่างๆ แต่ระดับใดถึงจะเรียกว่าเหมาะสมในทางฮวงจุ้ยกันล่ะตามหลักฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ว่าบ้านที่ยกพื้นดินสูงจะเป็นมงคล แต่ถ้าสูงกว่าถนนหน้าบ้านมากๆ จะทำให้ทรัพย์ไหลเข้าบ้านลำบาก ไม่ราบรื่น เหมือนมีภูเขาหรือเขื่อนกั้นอยู่หน้าโดยระดับพื้นที่ดินควรอยู่ที่ระดับ 50-80 เซนติเมตร จากระดับของถนนหน้าบ้าน หรืออาจจะถมสูงกว่านี้ได้แต่ต้องมีการไล่ระดับของพื้นดินลง อย่างที่สาม ที่ดินที่ดีต้องเป็นลักษณะของเนินหลังเต่า คือ บ้านไม่มีลักษณะรับน้ำหรือไม่มีการขังของน้ำเพราะน้ำจะไหลลงไปจากตัวบ้านรอบด้านจนหมด อย่างที่สี่ หากว่าพื้นดินเดิมมีลักษณะที่ไม่ดีอยู่ก่อนแล้ว ให้ขุดหน้าดินเก่าออกและนำหน้าดินใหม่ที่ลักษณะและคุณภาพที่ดินมาถมเพิ่มแทนส่วนที่ขุดออกไป

หลังถมที่จะสร้างบ้านได้เมื่อไหร่

หลังจากถมที่แล้วจะสร้างบ้านได้เมื่อไหร่? เป็นปัญหาที่ใครหลายๆคนมักจะสงสัย เพราะว่าดินที่เรานำมาถมนั้น เมื่ออยู่ไปได้ระยะหนึ่งก็จะเกิดการยุบตัวลง ทำให้ใครหลายๆคนต่างก็กังวลว่า จะสร้างบ้านเลยดีไหมหรือว่าจะรอให้ดินยุบตัวจนแข็งดีก่อน ซึ่งหากรอให้ดินยุบตัวก่อนนั้นก็อาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อย เมื่อถมดินแล้วจะสร้างบ้านได้เลยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะของชั้นดินเดิม การออกแบบบ้านที่อาจจะเป็นแบบตอกเสาเข็ญหรือแบบฐานรากแผ่ ซึ่งเราสามารถพิจารณาได้ดังนี้ พิจารณาจากลักษณะของชั้นดินเดิม ดินแต่ละที่นั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป คือ บางที่อาจจะเป็นดินทราย บางที่เป็นดินเหนียว บางที่เป็นดินร่วนซุย บางที่ดินมีความอ่อนตัว บางที่ดินมีความแข็งมาก ซึ่งลักษณะของดินที่แตกต่างกันนี่เองจึงเป็นสาเหตุให้ที่ดินบางแห่งเมื่อถมที่แล้วสามารถสร้างบ้านได้เลย บางแห่งยังไม่สามารถสร้างบ้านได้ แต่สภาพของที่ดินโดยส่วนใหญ่แล้ว จะสามารถสร้างบ้านหลังจากการถมที่ได้เลย ยกเว้นที่ดินที่มีความแข็งจนแตกเหมือนกับที่ดินในภาคเหนือและภาคอีสาน เนื่องจากที่ดินที่มีความแข็งจนเกินไปไม่สามารถตอกเสาเข็มลงไปได้ ทำให้ไม่มีสิ่งใดที่สามารถรับน้ำหนักของตัวบ้านไว้ได้ เมื่อดินเกิดการยุบตัว จึงส่งผลกับตัวบ้านได้ถึง 99% เลยทีเดียว การออกแบบบ้าน                 โดยส่วนใหญ่แล้วการออกแบบบ้านก็มักจะขึ้นอยู่กับลักษณะของดินเดิมเช่นกัน ซึ่งแบบของบ้านมี 2 แบบ ดังนี้ แบบฐานรากที่มีเสาเข็ม บ้านที่มีฐานตอกด้วยเสาเข็มนั้น มักจะเป็นบ้านที่ปลูกสร้างบนพื้นผิวดินทั่วๆไป ซึ่งดินที่สามารถตอกเสาเข็มลงไปได้นั้นจะต้องเป็นดินที่ไม่แข็งมาก โดยบ้านแบบฐานรากที่มีเสาเข็มนี้จะสามารถช่วยรับน้ำหนักของตัวบ้านไว้ได้ ทำให้เมื่อเกิดดินยุบตัว จึงไม่ส่งผลต่อตัวบ้านมากนัก บ้านที่มีการออกแบบแบบนี้จึงสามารถสร้างได้เลยทันทีหลังจากที่มีการถมที่แล้ว แบบฐานรากแผ่ บ้านแบบฐานรากแผ่นั้น จะเป็นบ้านที่ไม่มีการตอกเสาเข็มลงไป โดยจะสร้างบ้านทับบนเตาหม้อเลย และให้ดินทำหน้าที่รับน้ำหนักของบ้านไว้ ซึ่งบ้านแบบนี้มักจะสร้างในภาคเหนือหรือภาคอีสานที่ชั้นดินมีความแข็งมาก จนไม่สามารถตอกเสาเข็มลงไปได้ บ้านแบบฐานรากแผ่นี้ […]

ประเภทของการถมดิน

การถมดินนั้น มี 2 ประเภทด้วยกัน คือ การถมแบบอัด และ การถมแบบไม่อัด ซึ่งการถมทั้งสองแบบนี้ จะมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งวิธีการถม ประโยชน์ และข้อเสีย เรามาดูกันค่ะ ว่าการถมดินแบบอัดและไม่อัดนั้น จะมีความแตกต่างกันอย่างไร                 การถมดินแบบอัด การถมดินแบบอัด เป็นการถมดินที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เพราะจะต้องถมและอัดไปทีละขั้นตอน เพื่อให้ดินมีความแข็งตัวมากที่สุด ซึ่งการถมแบบนี้ มักจะไม่ทำให้ดินยุบตัวเมื่อถมเสร็จแล้ว เหมือนกับการถมดินแบบไม่อัด จึงเหมาะที่จะใช้ในการสร้างบ้านแบบฐานรากแผ่มากมากที่สุด แต่การถมดินแบบอัดก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ซึ่งสรุปได้ดังนี้                 ข้อดี พื้นดินแข็ง ไม่ทรุดตัวหลังจากถมเสร็จ ทำให้สามารถสร้างบ้านที่เป็นแบบฐานรากแผ่หรือตึกอาคารต่างๆที่มีน้ำหนักของตัวอาคารมากๆได้ทันที ไม่เสียเวลา โดยปกติแล้ว การถมดินเพื่อสร้างบ้านจะต้องรอให้ดินแข็งตัวก่อนเป็นเวลานานถึงจะสร้างบ้านได้ จึงทำให้ต้องเสียเวลาในการรอเป็นอย่างมาก                 ข้อเสีย ราคาแพง เนื่องจากการถมดินแบบอัดนั้นจะต้องใช้เวลานานและมีขั้นตอนในการทำที่ยุ่งยาก จึงทำให้การถมดินแบบนี้มีราคาที่สูงมากด้วย                 การถมดินแบบไม่อัด การถมดินแบบไม่อัด เป็นการถมแบบทั่วไปที่คนส่วนใหญ่นิยมกัน เพราะเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และยังมีความรวดเร็วกว่าการถมดินแบบอัดอีกด้วย เพียงแต่ว่าการถมดินแบบนี้ ดินที่นำมาถมนั้นยังเป็นโพรงอยู่ จึงเกิดการทรุดตัวได้ง่าย ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างบ้านหรืออาคารต่างๆได้ทันทีหลังจากถมดินเสร็จใหม่ๆ แต่ถ้าหากต้องการสร้างบ้านด่วนจริงๆก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นบ้านแบบตอกเสาเข็มเท่านั้น […]

รู้ไหม ทำไมต้องถมที่ ก่อนสร้างบ้าน

         เคยสงสัยไหมว่าทำไมก่อนจะสร้างบ้านทุกครั้ง จะต้องมีการถมที่ก่อนเสมอ ? บ้าน เป็นสถานที่อยู่อาศัย ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากบ้านเป็นทั้งสถานที่ที่ให้ความอบอุ่น เป็นสถานที่รวมความรักของคนในครอบครัว และเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างบ้านมากเป็นพิเศษ เพื่อให้บ้านมีความแข็งแรง ทนทาน และมีความมั่นคง ไม่ทรุดหรือพังได้ง่ายๆ การถมที่ก่อนสร้างบ้าน จึงเป็นปัจจัยหลักที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ หลายๆคน อาจจะมีคำถามว่า”ทำไมจึงต้องถมที่ก่อนสร้างบ้าน ถ้าสร้างบ้านบนที่ดินผืนเดิมไปเลยไม่ได้เหรอ” ความจริงแล้วการสร้างบ้านบนที่ดินผืนเดิมเลยก็สามารถทำได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่า ความมั่นคง แข็งแรง และความทนทานของบ้านอาจจะไม่ดีพอ โดยจะขึ้นอยู่กับสภาพของดินนั้นๆด้วย แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะถมที่ก่อนเสมอ เพื่อความมั่นคงแข็งแรงของบ้าน และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสรุปได้ดังนี้ ดินเดิมมีความอ่อนตัวมากเกินไป เนื่องจากพื้นผิวดินแต่ละแห่งนั้น มีความแข็งความอ่อนตัวไม่เหมือนกัน ซึ่งดินบริเวณที่มีความอ่อนตัวมากเกินไปนั้น อาจจะเกิดการทรุดตัวของดินได้ง่าย จึงทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการสร้างบ้าน หรือตึก อาคารต่างๆเป็นอย่างมาก เพราะหากดินเกิดการทรุดตัวอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะทำให้บ้าน ตึก อาคารเหล่านี้ ทรุด หรือถล่มลงมาได้ ดังนั้นการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนต่างๆในบริเวณนี้จึงต้องถมดินก่อนเสมอ เพื่อปรับสภาพดินให้มีความแข็งแรงมากขึ้น และเพื่อป้องกันการทรุดตัวของดิน ระดับความสูงของถนน โดยปกติแล้ว การสร้างบ้านจะต้องสร้างให้สูงกว่าถนน เนื่องจากเวลาฝนตก หากบ้านมีความต่ำกว่าถนนมากๆ น้ำก็อาจจะไหลเข้าบ้านได้ ทำให้เกิดปัญหามากมายตามมา นอกจากนี้ถนนมักจะมีการพัฒนาอยู่เสมอ […]

ถมที่ก่อนสร้างบ้าน..สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

หลายๆคนมองว่าการถมที่เป็นเรื่องที่ไกลตัวมากๆและไม่ค่อยมีความเข้าใจในเรื่องของการถมที่ดินสักเท่าไหร่ รวมไปถึงการมองไม่เห็นความสำคัญของการถมที่เสียด้วยซ้ำ ซึ่งจริงๆแล้วการถมที่มีความสำคัญมากต่อโครงสร้างของบ้าน หากว่าระดับของพื้นที่ที่สร้างบ้านลงไปไม่ดีพอก็อาจจะทำให้บ้านทั้งหลังบ้านได้เมื่อโดยกระทบแรงๆในคราวเดียว การถมที่ดินนั้นสำคัญต่อฐานของบ้านมากที่สุด เพราะการมีรากฐานที่ดินที่แน่นไม่เพราะ เมื่อตอกเสาเข็มของบ้านลงไป เสาเข็มก็จะไม่สามารถตั้งตรงอยู่ได้และอาจจะทำให้บ้านพังลง หรือว่าพื้นที่ดินไม่มีความสม่ำเสมอกันก็อาจจะทำให้พื้นบ้านบางส่วนเกิดการทรุดตัวได้หากดินข้างล่างมีการทรุดตัวลงดังนั้นจุดที่สำคัญที่สุดต่อรากฐานของบ้านก็คือความแข็งหรือความแน่นของพื้นดิน ความแข็งหรือความแน่นของพื้นดิน สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธี Borring Log คือการเจาะเอาดินขึ้นมาตรวจ ด้วยวิธีใช้ปั้นจั่นตัวเล็ก เจาะเอาดินมาแล้วทำบันทึกชั้นดินแต่ละชั้นแล้วเก็บตัวอย่างไปทดสอบคุณสมบัติของดินแล้วเอามาคำนวณหาการรับน้ำหนักของดิน เมื่อเรารู้ระดับความแข็งของพื้นดินแล้วอย่างต่อไปที่เราต้องรู้ก็คือ ระดับความสูงของที่ดินที่เหมาะสม แน่นอนว่าการถมดินย่อมต้องมีขีดจำกัดของระดับความสูงของที่ดิน และปัจจัยต่างๆที่ควรนำมาพิจารณาในเรื่องความสูงของพื้นดิน เช่น บริเวณพื้นที่นั้น เป็นพื้นที่รับน้ำหรือไม่ ถ้าใช่ก็อาจจะต้องถมที่สูงขึ้นกว่าปกติ โดยอาจจะอ้างอิงจากระดับน้ำที่เคยท่วมจากคนในพื้นที่ก็ได้ ระดับท่อระบายน้ำและบ่อพักสูงแต่ไหน เพื่อให้ระบบระบายน้ำในบ้านสามารถระบายน้ำออกจากบ้านได้ไม่เกิดการคั่งค้างอยู่ภายในบ้านนั่นเอง ระดับถนนหน้าบ้าน และระดับดินพื้นที่ข้างเคียง ไม่ควรถมให้สุงกว่าระดับพื้นดินของเพื่อนบ้านสักเท่าไหร่แต่ต้องสูงกว่าพื้นถนน เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปได้อย่างสะดวกและต้องไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน เมื่อรู้ระดับพื้นที่ที่เราจะถมแล้วต่อไปก็คือ การคำนวณปริมาณดินที่จะใช้กับที่ดินของเรา ปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบคือแบบเหมาจ่ายเป็นคิวบ์และแบบเป็นคันรถ โดยปริมาณดินที่เราจะใช้จะคำนวณจากตารางเมตรของที่ดินเรา (4 คูณจำนวนตารางวาของที่ดิน)โดยใช้ความสูงของที่ดินที่จะถมขึ้นคูณพื้นที่ที่ดินเป็นตารางเมตร การถมที่ดินควรจะเลือกถมก่อนสร้างหรือสร้างเสร็จค่อยถมดิน เพราะการถมที่ก่อนสร้างบ้านจะช่วยให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่ามีการบดอัดดินลงไปที่สมบูรณ์กว่า รวมทั้งมีเวลาทิ้งให้ดินยุบตัวลงจนถึงระดับคงที่ได้ในช่วงเวลาที่มีการก่อสร้างนั่นเอง

ถมดินยังไงให้ได้ผลดีที่สุด

การจะถมที่ดินเพื่อการก่อสร้างบ้านเรือนนั้น เป็นการทำงานแบบหวังผลระยะยาวมากที่สุดงานหนึ่งรองจากความคงทนแข็งแรงของบ้าน เพราะราคาค่างวดของการถมที่ดินเองก็ไม่ใช่น้อย และสามารถทำได้ง่ายที่สุดก่อจะมีการสร้างบ้านเรือง ดังนั้นการถมดินก่อนปลูกสิ่งก่อสร้างที่ดิน ผู้ทำการถมกินต้องถมให้ดินมีความแน่นของพื้นดินให้แข็งพอกับโครงสร้างบ้าน และต้องมีความสูงของพื้นดินในระดับที่เหมาะสมนั้น ข้อแนะนำของการถมที่ดินที่ต้องสนใจคือ พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่แบบใด ดินมีอ่อนตัวมากน้อยเพียงไร เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมบ้างหรือไม่ ถ้าเคยดินสามารถอุ้มน้ำได้มากน้อยเพียงใด และระดับน้ำที่เคยท่วมมีความสูงที่สุดแค่ไหน ระดับความสูงของท่อระบายน้ำสาธารณะในพื้นที่นั้น ระดับความสูงของถนนที่อยู่ติดกับบริเวณพื้นที่ดินและระดับความสูงของพื้นที่บริเวณที่ใกล้เคียง เช่นบริเวณของเพื่อนบ้าน เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาของการระบายน้ำที่ไม่ดี คำถามต่อมาคือ เมื่อมีข้อมูลแล้วว่าต้องถมแค่ไหนแล้วเราจะถมดินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด วิธีก็คือ ต้องทำการปรับพื้นที่ที่ถมดินก่อน เช่นมีการระบายน้ำออกหรือปรับหน้าดินให้อยู่ในระดับเดียวกันต้องจัดเก็บเศษขยะ กิ่งไม้ออกให้หมดก่อน โดยดินที่นิยมนำมาถมดิน คือ ดินลูกรัง เพราะดินลูกรังสามารถทำหารบดอัดได้ดี และทำให้พื้นที่ที่ทำการถมนั้นมีความแข็งแรงมากขึ้นนั่นเอง โดยในระหว่างการถมดิน ต้องมีการบดอัดดินให้แน่น เพื่อป้องกันการยุบตัวของดินในภายหลังจะด้วยสาเหตุจากการก่อสร้างหรือการขังของน้ำก็ตาม สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือก่อนเริ่มทำการถมที่ดิน ควรมีการทำระดับอ้างอิงไว้เพื่อตรวจสอบระดับที่ดินที่ต้องการจะถม เช่น การขึงเชือกไว้รอบพื้นที่ที่จะถมโดยสูงในระดับที่ต้องการจะถมนั่นเอง โดยราคาดินที่จะนำมาถมที่ดินนั้นขึ้นอยู่หลายปัจจัยเช่น ปริมาณดินหรือปริมาตรดินที่จะใช้ คิดจากความกว้างคูณยาวคูณสูงของพื้นที่ดินที่ต้องการจะถมนั่นเอง ยิ่งพื้นที่เดิมไม่สม่ำเสมออาจจะต้องเฉลี่ยระดับกรณีพื้นที่กว้างๆ ก็ต้องใช้ดินมากขึ้นซึ่งปกติจะต้องซื้อดินมากกว่านิดหน่อยเพราะอาจจะมีการยุบตัวของดินได้เมื่อเกิดการบดอัดแล้ว ราคาดินต่อหน่วย โดยนำราคาต่อหน่วยมาคูณปริมาณดินที่จะใช้จะได้เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับดินไม่รวมค่าขนส่ง ราคาของดินซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของดินที่นำมาใช้ และราคาค่างวดอื่นๆอีก เช่น ค่าการติดต่อประสานงานเป็นต้น

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนถมดิน

แม้ว่าในประเทศไทยจะมีบริษัททำธุรกิจรับถมที่อยู่มากมาย แต่คนที่จะถมดินนั้นกลับมีความรู้ในเรื่องของการถมดินอยู่น้อยมากออาจจะความที่คนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวไม่ใช่เรื่องที่เราจะเข้าไปเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่ ทำให้เมื่อต้องประสบกับเรื่องของการถมดินจริงๆ คนที่ต้องเกี่ยวข้องกับขาดความรู้ไปในทันทีและอาจจะทำให้เสียรู้กับบริษัทที่รับถมที่ดินได้ บทความนี้จะขอนำเสนอกับเรื่องน่ารู้ก่อนการถมที่ดิน มีอะไรบ้างนั้นอยู่ข้างล่างนี่เลย ระดับดินที่เหมาะสม แน่นอนว่าการถมดินย่อมต้องมีขีดจำกัดของระดับความสูงของที่ดิน อาจจะเป็นด้วยงบประมาณที่มีหรือความเหมาะสมของลักษณะพื้นที่ก็แล้วแต่ ปัจจัยต่างๆที่ควรนำมาพิจารณาในเรื่องความสูงของพื้นดิน เช่น บริเวณพื้นที่นั้น เป็นพื้นที่รับน้ำหรือไม่ ถ้าใช่ก็อาจจะต้องถมที่สูงขึ้นกว่าปกติ โดยอาจจะอ้างอิงจากระดับน้ำที่เคยท่วมจากคนในพื้นที่ก็ได้ ระดับท่อระบายน้ำและบ่อพักสูงแต่ไหน เพื่อให้ระบบระบายน้ำในบ้านสามารถระบายน้ำออกจากบ้านได้ไม่เกิดการคั่งค้างอยู่ภายในบ้านนั่นเอง ระดับถนนหน้าบ้าน และระดับดินพื้นที่ข้างเคียง ไม่ควรถมให้สุงกว่าระดับพื้นดินของเพื่อนบ้านสักเท่าไหร่แต่ต้องสูงกว่าพื้นถนน เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปได้อย่างสะดวกและต้องไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน ถมดินก่อสร้างบ้านดีกว่า เพราะระหว่างการสร้างบ้านจะมีการยุบตัวของพื้นดินลงไปมาก ดังนั้นการถมพื้นที่ไว้ก่อนจะทำให้พื้นดินมีความหนาแน่นในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ต้องมีการถมพื้นที่หลังการสร้างบ้านมากนัก ราคาของการถมดิน การจัดการติดต่อเรื่องบริษัทถมดิน บริษัทขนส่งดิน และบริษัทขายดินแยกกันอาจจะทำให้เกิดการโก่งราคาได้ง่ายกว่า การจัดการทั้งสามเรื่องด้วยบริษัทเดียวกันซึ่งมักจะมีแต้มต่อราคามากกว่าเราไปซื้อเอง นอกจากนี้ยังมีความสะดวกมากกว่าอีกด้วยปัจจัยที่มีผลต่อราคาก็คือ ปริมาณดินหรือปริมาตรดินที่จะใช้ คิดจากความกว้างคูณยาวคูณสูงของพื้นที่ดินที่ต้องการจะถมนั่นเอง ยิ่งพื้นที่เดิมไม่สม่ำเสมออาจจะต้องเฉลี่ยระดับกรณีพื้นที่กว้างๆ ก็ต้องใช้ดินมากขึ้นซึ่งปกติจะต้องซื้อดินมากกว่านิดหน่อยเพราะอาจจะมีการยุบตัวของดินได้เมื่อเกิดการบดอัดแล้ว ราคาดินต่อหน่วย โดยนำราคาต่อหน่วยมาคูณปริมาณดินที่จะใช้จะได้เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับดินไม่รวมค่าขนส่ง ราคาของดินซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของดินที่นำมาใช้ และราคาค่างวดอื่นๆอีก เช่น ค่าการติดต่อประสานงานเป็นต้น

จะใช้ดินประเภทไหนถมที่เพื่อสร้างบ้านดี

โดยปกติแล้วเมื่อต้องการจะสร้างบ้านก็ต้องถมที่ก่อนเสมอ เพื่อให้บ้านมีความมั่นคงและไม่ทรุดพังลงมาได้ง่ายๆ ซึ่งการจะถมที่แต่ละครั้งนั้นก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ระดับถนน สภาพของดิน ระดับของท่อระบายน้ำ ฯลฯ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การจะถมที่นั้น ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ประเภทของดินที่จะนำมาถม เนื่องจากดินถมมีหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทก็มีประโยชน์และวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งประเภทของดินได้ดังนี้ ดินลูกรังเป็นดินที่สามารถบดอัดได้ดี แต่มักจะสะสมความร้อน เหมาะแก่การทำถนนมากที่สุด ดินถมทั่วไปเป็นดินที่มีราคาถูก แต่จะมีเฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น ดินบ่อ เป็นดินเปียก คล้ายกับดินเหนียว สามารถเปลี่ยนรูปได้ง่ายเหมาะสำหรับ การถมที่ ปลูกสร้างบ้าน และ ปลูกต้นไม้ใหญ่ ประเภทของดินถมที่เราจะกล่าวถึงวันนี้ก็คือ ดินถมที่เหมาะแก่การนำมาปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนมากที่สุด ซึ่งก็คือ ดินบ่อ เนื่องจากดินบ่อ เป็นดินที่มีเนื้อละเอียด มีความชื้น เมื่อแห้งจะมีความแข็งมาก คล้ายๆกับดินเหนียว จึงสามารถนำมาถมเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างบ้านได้ดีที่สุด แต่เมื่อถมที่เสร็จใหม่ๆ ดิบบ่อมักจะมีการ ยุบตัวก่อนเสมอ จึงทำให้ไม่สามารถสร้างบ้านได้เลย นอกจากนี้ดินบ่อยังเหมาะแก่การนำไปถมเพื่อปลูกต้นไม้ได้อีกด้วย เพราะต้นไม้จะสามารถเจริญเติบโตในดินบ่อได้ดีกว่าในดินถมประเภทอื่นๆ ดินบ่อเป็นดินที่มีราคาค่อนข้างสูงเหมือนกัน ดังนั้น หากคุณคิดที่จะปลูกสร้างบ้านสักหลัง คุณจะต้องถมดินไว้ก่อนสักประมาณ 1 –2 ปี ก่อนการสร้างบ้าน เพราะการถมดินไว้ก่อนล่วงหน้านานๆ จะทำให้คุณสามารถถมดินได้เรื่อยๆ […]